ในช่วงหน้าฝนนั้นเป็นช่วงที่ “ยุงลาย” นั้นสามารถทำการแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และซึ่งเป็นพาหะสำคัญของ “โรคไข้เลือดออก” โดยมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากในช่วงนี้ด้วย
โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ไข้เลือดออกเดงกี (dengue virus) ที่สามารถแพร่พันธุ์ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะเข้าไปฝังตัวภายในกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุงโดยมีระยะฟักตัวประมาณ 8 – 12 วัน เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปกัดคนอื่นต่อ จะทำให้เชื้อไวรัสก็เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่โดนกัด ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกตามมานั้นเอง
อาการของโรคไข้เลือดออก
- มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียส
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
- หน้าแดง อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็ก ๆ ตามผิวหนัง
- อาจมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน
- ปวดท้องอย่างรุนแรง กดเจ็บชายโครงด้านขวา
- ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก หลังจากมีไข้มาแล้วหลายวันผู้ป่วยอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อก และเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า กลุ่มอาการไข้เลือดออกช็อก (dengue shock syndrome) โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำ วัดชีพจรไม่ได้
วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด ใช้สารไล่ยุงชนิดต่าง ๆ เช่น DEET
- ป้องกันไม่ให้ยุงลายเข้ามาหลบซ่อนในบ้าน
- ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบ ๆ บ้านและใกล้เคียง
- ปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังไม่ให้ยุงเข้าไปวางไข่ได้
- เปลี่ยนน้ำในภาชนะที่ปิดไม่ได้ เช่น แจกัน ทุกสัปดาห์ ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่างบัว
- เช็กสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านไม่ให้มีจุดน้ำขังได้
- ในรายที่อายุมากกว่า 9 ปี และน้อยกว่า 45 ปี ร่วมกับมีประวัติ เคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว อาจพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกจากสายพันธุ์อื่น

